คู่มืออ้างอิงของหลักสูตร Meeting Studio — รวมหลักการเขียนคำสั่งที่ได้งานตรงใจตั้งแต่ครั้งแรก และคลัง Prompt ทุกตัวที่ใช้ในคลาส ตั้งแต่ตรวจไฟล์ถอดเสียง ทำสคริปต์ฉบับสะอาดพร้อมฉบับแปล สรุปให้ผู้บริหาร จนถึงสร้างคลังความรู้ที่ถามได้
ทุกบล็อกสีเข้มมี ปุ่มคัดลอก กดแล้ววางใส่ Agent ได้ทันที แก้เฉพาะข้อความใน [วงเล็บเหลี่ยม] ให้เป็นของคุณ
ระบบทั้งเส้นมีสี่ขั้น คำสั่งในคู่มือนี้เรียงตามขั้นเหล่านี้ เวลาผลลัพธ์ไม่ตรงใจ จะรู้ทันทีว่าต้องกลับไปแก้คำสั่งของขั้นไหน
ไฟล์ถอดเสียง → Clean Script (ไทย/EN/ZH) → ชุดผลลัพธ์ LINE · One Page · MoM → KM Platform ที่ถามได้
คำสั่งทุกตัวในหัวข้อนี้คือของจริงที่ใช้ในคลาส เรียงตามลำดับของวัน ติ๊กช่องทำเสร็จแล้วเพื่อดูความคืบหน้าที่มุมขวาบน
เป้าหมาย: เข้าใจว่า Agent ต่างจากแชตบอตอย่างไร ติดตั้ง Codex เสร็จ สั่งงานได้จริง และมีโครงโฟลเดอร์เก็บประชุมที่ค้นย้อนหลังได้
พิมพ์สองบรรทัดนี้ในหน้าต่างคำสั่ง ถ้าขึ้นเลขเวอร์ชันทั้งคู่คือพร้อมแล้ว
node --version
codex --version
คำสั่งนี้ไม่ได้ทำงานอะไรกับไฟล์ แค่ให้ Agent อธิบายตัวเองว่าทำอะไรได้ ใช้ยืนยันว่าเชื่อมต่อสำเร็จ
ตอบสั้น ๆ สามข้อ
1. ตอนนี้คุณอ่านและเขียนไฟล์ในโฟลเดอร์ไหนได้
2. คุณเรียกเครื่องมือภายนอกอะไรได้บ้างในตอนนี้
3. ถ้าฉันให้ที่อยู่ไฟล์ถอดเสียงมาหนึ่งไฟล์ คุณทำอะไรกับมันได้
ทำครั้งเดียวใช้ตลอด โครงนี้คือเหตุผลที่ค้นย้อนหลังได้ในภายหลัง
ช่วยสร้างโครงโฟลเดอร์สำหรับเก็บงานประชุมที่ [ที่อยู่โฟลเดอร์]
โครงที่ต้องการ
01-transcript เก็บไฟล์ถอดเสียงต้นฉบับ
02-script เก็บสคริปต์ฉบับสะอาด
03-summary เก็บสรุปสำหรับผู้บริหาร
04-output เก็บไฟล์ส่งจริง ทั้ง PDF เอกสารตามแบบฟอร์ม และหน้าเว็บ KM
glossary.txt คลังคำเฉพาะขององค์กร
กติกาการตั้งชื่อไฟล์ทุกไฟล์
[ปี-เดือน-วัน]_[ชื่อการประชุมแบบสั้น]_[ครั้งที่]
ตัวอย่าง 2026-09-08_board_01
สร้างเสร็จแล้วบอกฉันว่าโฟลเดอร์อยู่ที่ไหน
และจำโครงนี้ไว้ใช้กับงานประชุมทุกครั้งต่อจากนี้
เป้าหมาย: มี Clean Script Skill ที่เรียกใช้ซ้ำได้ และสั่งให้ออกฉบับแปลอังกฤษกับจีนจากสคริปต์เดียวกันได้
ขั้นนี้ใช้เวลาห้านาที แต่ช่วยลดงานตรวจแก้ได้มากที่สุดในทั้งกระบวนการ
ชื่อคนในที่ประชุม
[ชื่อเล่น] = [ชื่อจริงที่ต้องเขียนในสรุป] · [ตำแหน่ง]
ชื่อโครงการและชื่อลูกค้า
[คำที่พูด] = [คำที่ต้องเขียนถูก]
ศัพท์เฉพาะและคำย่อ
[คำย่อที่พูด] = [คำเต็ม]
คำที่ระบบเคยถอดผิด
[คำที่ระบบถอดออกมา] ที่จริงคือ [คำที่ถูก]
ให้ Agent อ่านไฟล์ถอดเสียงและรายงานสภาพก่อน จะได้รู้ว่าต้องระวังอะไรตอนเรียบเรียง
อ่านไฟล์ถอดเสียงนี้แล้วรายงานสภาพไฟล์ให้ฉันก่อน
ที่อยู่ไฟล์: [ที่อยู่ไฟล์ถอดเสียง]
บริบท: [ประเภทการประชุม] ของ [ชื่อหน่วยงาน] วันที่ [วันที่]
ใช้คลังคำเฉพาะจากไฟล์ glossary.txt ประกอบด้วย
สิ่งที่ต้องรายงาน
- ความยาวของไฟล์ และจำนวนช่วงที่เปลี่ยนผู้พูด
- ไฟล์กำกับผู้พูดเป็นชื่อจริงหรือเป็นหมายเลข
- มีเครื่องหมาย [ฟังไม่ชัด] อยู่กี่จุด และอยู่ช่วงเวลาใด
- ชื่อคนหรือชื่อโครงการที่สะกดไม่ตรงกันในไฟล์เดียวกัน
- ตัวเลขที่ขัดแย้งกันเอง เช่น งบประมาณหรือจำนวนที่พูดไม่เหมือนกัน
ห้ามแก้ไขไฟล์ในขั้นนี้ ให้รายงานอย่างเดียว
นี่คือเนื้อของ Workshop 1 — เก็บกติกาทั้งชุดไว้เป็นทักษะ ครั้งต่อไปเรียกใช้ชื่อทักษะได้เลยไม่ต้องอธิบายใหม่
ชื่อทักษะ: Clean Script
ใช้เมื่อ: มีข้อความถอดเสียงดิบของการประชุมแล้ว
และต้องการฉบับที่อ่านรู้เรื่องโดยความหมายไม่เปลี่ยน
สิ่งที่ต้องทำ
1. ตัดคำฟุ่มเฟ้อ เสียงลังเล และคำซ้ำที่ไม่มีความหมายออก
2. รวมประโยคที่พูดวนซ้ำเรื่องเดียวกันให้เหลือใจความเดียว
3. ใส่ชื่อผู้พูดหน้าทุกช่วงที่เปลี่ยนคนพูด
4. จัดเนื้อหาเข้าหัวข้อตามระเบียบวาระ
ถ้าไม่มีวาระ ให้จัดตามลำดับเรื่องที่คุยจริง
5. ใส่ช่วงเวลาในไฟล์กำกับท้ายทุกย่อหน้า แบบ [ชม:นาที:วินาที]
6. แยกเรื่องที่คุยแทรกนอกวาระไว้ท้ายสุด ไม่ปนกับวาระหลัก
ข้อห้าม
- ห้ามเติมข้อความที่ไม่มีในไฟล์ แม้จะทำให้อ่านลื่นขึ้น
- ห้ามเปลี่ยนตัวเลข วันที่ ชื่อคน ชื่อโครงการ หรือชื่อลูกค้า
- ห้ามสรุปแทน หน้าที่ของทักษะนี้คือเรียบเรียงเท่านั้น
- ช่วงที่ฟังไม่ชัด ให้คง [ฟังไม่ชัด] ไว้พร้อมช่วงเวลา ห้ามเดา
รูปแบบผลลัพธ์
- หัวข้อระดับสอง คือชื่อวาระ
- ใต้แต่ละวาระ คือย่อหน้าตามคนพูด ขึ้นต้นด้วยชื่อผู้พูด
- ท้ายทุกย่อหน้า คือช่วงเวลาในวงเล็บเหลี่ยม
- ปิดท้ายไฟล์ด้วยรายการช่วงที่ฟังไม่ชัดทั้งหมด เพื่อให้คนไปตรวจ
บันทึกผลลัพธ์ไว้ที่โฟลเดอร์ 03-script
ให้ Skill เดิมแตกไฟล์แปล ไม่ใช่แปลใหม่จากไฟล์เสียง ผลที่ได้จะเรียงตรงบรรทัดกับต้นฉบับไทย
เพิ่มความสามารถให้ทักษะ Clean Script
เมื่อทำสคริปต์ฉบับไทยเสร็จแล้ว ให้สร้างฉบับแปลอีกสองไฟล์จากสคริปต์นั้น
1. ฉบับภาษาอังกฤษ ชื่อไฟล์ลงท้าย -EN
2. ฉบับภาษาจีนตัวย่อ ชื่อไฟล์ลงท้าย -ZH
กติกาของฉบับแปล
- แปลจากสคริปต์ฉบับสะอาด ไม่ใช่จากข้อความดิบ
- คงหัวข้อวาระ ลำดับย่อหน้า ชื่อผู้พูด และช่วงเวลา [hh:mm:ss] ให้ตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด
- ตัวเลข วันที่ สกุลเงิน และชื่อเฉพาะ ยกมาตรงตามต้นฉบับ ห้ามปัดเศษและห้ามแปลงหน่วย
- ใช้คำแปลของชื่อโครงการ ตำแหน่ง และชื่อย่อ ตามไฟล์ glossary.txt ให้เหมือนกันทุกครั้ง
- ช่วงที่ต้นฉบับมี [ฟังไม่ชัด] ให้คงเครื่องหมายเดิมไว้ในฉบับแปลด้วย ห้ามเดาความ
- ท้ายไฟล์แปล ให้สรุปคำที่ไม่มั่นใจว่าแปลถูก พร้อมช่วงเวลา
เป้าหมาย: สั่งครั้งเดียวได้ครบสี่ผลลัพธ์ — ข้อความ LINE, One Page Executive Summary, Minutes of Meeting ตามแบบฟอร์ม และข้อมูลมีโครงสำหรับงานภาพ
ทักษะนี้คือหัวใจของคุณค่าที่ผู้บริหารเห็น ให้ใส่ทั้งเกณฑ์แยกประเภทและรูปแบบผลลัพธ์ไว้ในทักษะเดียวกัน
ชื่อทักษะ: Executive Summary
ใช้เมื่อ: มีสคริปต์ฉบับสะอาดแล้ว และต้องการสรุปที่ผู้บริหาร
ใช้ตัดสินใจได้ภายในหนึ่งนาที
ผลลัพธ์ต้องมีห้าช่องนี้ครบทุกครั้ง แม้บางช่องจะไม่มีข้อมูล
1. มติที่ประชุม
เฉพาะสิ่งที่ตกลงกันจริงและมีผลผูกพัน
2. Action Items
ตารางสามคอลัมน์ งาน / ผู้รับผิดชอบ / กำหนดส่ง
3. ความเสี่ยง
เรื่องที่อาจทำให้แผนไม่เป็นไปตามที่คุย พร้อมคนที่ต้องเฝ้าระวัง
4. ตัวเลขสำคัญ
งบ ยอด ปริมาณ กำหนดเวลา ยกมาตรงตามที่พูด
5. ประเด็นค้าง
เรื่องที่ยังไม่ได้ข้อสรุป พร้อมระบุว่ารออะไรหรือรอใคร
เกณฑ์แยกประเภท
- นับเป็นมติเมื่อครบสามอย่าง มีคนเสนอ มีการรับไปทำ
และไม่มีใครค้างข้อโต้แย้งไว้ในช่วงนั้น
- ขาดข้อใดข้อหนึ่ง ให้จัดเป็นความเห็นหรือประเด็นค้าง
- ตัดสินไม่ได้ ให้จัดเป็นประเด็นค้างแล้วทำเครื่องหมาย [ต้องยืนยัน]
ข้อห้าม
- ช่องที่ไม่มีข้อมูล ให้เขียนว่า "ไม่มีในการประชุมนี้"
ห้ามเว้นว่างและห้ามเดา
- ห้ามยกความเห็นของคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นมติ
- Action Item ที่ไม่มีผู้รับผิดชอบหรือไม่มีกำหนดส่ง
ให้คงไว้แต่ทำเครื่องหมาย [ยังไม่ระบุ] ห้ามใส่ชื่อหรือวันที่เอง
- ทุกข้อต้องมีช่วงเวลาในไฟล์กำกับไว้
รูปแบบผลลัพธ์
ออกมาเป็นข้อมูลมีโครง หัวข้อละช่อง ไม่ใช่ข้อความยาว
เพื่อให้ขั้นถัดไปนำไปวางในภาพหรือสไลด์ได้โดยไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ
บันทึกผลลัพธ์ไว้ที่โฟลเดอร์ 04-summary
ถ้าหน่วยงานมีแบบฟอร์มรายงานการประชุมอยู่แล้ว ให้ Agent ปรับโครงให้ตรง เพื่อไม่ต้องมาจัดใหม่ทุกครั้ง
นี่คือแบบฟอร์มรายงานการประชุมที่หน่วยงานของฉันใช้อยู่
[วางเนื้อหาแบบฟอร์ม หรือบอกที่อยู่ไฟล์แบบฟอร์ม]
ช่วยปรับทักษะ Executive Summary ให้ผลลัพธ์เรียงตามหัวข้อของ
แบบฟอร์มนี้ โดยยังคงห้าช่องเดิมไว้ครบและยังคงกติกาข้อห้ามเดิมทั้งหมด
ถ้าแบบฟอร์มมีหัวข้อที่ระบบยังไม่มีข้อมูลให้ ให้บอกฉันว่าหัวข้อไหน
สั้นแบบ short note ไม่ใช่สั้นจนต้องถามกลับ เป้าหมายคือคนในกลุ่มอ่านจบแล้วรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
จากสรุปห้าช่องของประชุมนี้ ทำข้อความสำหรับส่งกลุ่ม LINE
รูปแบบ
- บรรทัดแรกเป็นหัวเรื่อง ชื่อประชุมและวันที่
- ต่อด้วยข้อสรุปเป็นข้อ ๆ ข้อละหนึ่งประเด็น ไม่เกินสองบรรทัดต่อข้อ
- เรียงจากเรื่องที่คนในกลุ่มต้องลงมือทำก่อน
- ข้อที่มีคนรับผิดชอบ ให้ใส่ชื่อและกำหนดส่งไว้ในข้อนั้น
- ปิดท้ายบอกว่าไฟล์เต็มอยู่ที่ไหน
กติกา
- เขียนเป็นข้อความล้วน ไม่ใช้ตาราง ไม่ใช้อีโมจิ
- ทั้งข้อความรวมกันต้องอ่านจบใน 20 วินาที แต่ต้องเข้าใจได้โดยไม่ต้องเปิดไฟล์อื่น
- ห้ามใส่ประเด็นที่ไม่มีในสรุป และห้ามสรุปมติที่ยังไม่ได้ลงมติ
ส่งไฟล์แบบฟอร์มขององค์กรให้ Agent อ่านก่อนหนึ่งครั้ง แล้วให้ทำงานตามช่องของฟอร์มนั้นทุกครั้งถัดไป
อ่านไฟล์แบบฟอร์มนี้ก่อน: [ที่อยู่ไฟล์แบบฟอร์ม MoM ขององค์กร]
สรุปให้ฉันว่าแบบฟอร์มมีช่องอะไรบ้าง และช่องไหนบังคับต้องมี
จากนั้นทำเอกสารสองฉบับจากสรุปของประชุมนี้
ฉบับที่ 1 Minutes of Meeting
- ใช้หัวกระดาษและตารางตามแบบฟอร์ม โดยทั่วไปคือ วาระที่ / เรื่องที่เสนอ / สรุป
- เรียงตามวาระจริงในที่ประชุม
- ช่องสรุปให้เล่าเหตุการณ์เป็นความ ไม่ใช่รวบเป็นบรรทัดเดียว ว่าใครเสนออะไร ที่ประชุมอภิปรายประเด็นใด แล้วปิดท้ายว่ามติคืออะไรและใครรับไปทำต่อ
- ใช้ภาษาทางการ ขัดเกลาแล้ว ไม่ใช้คำพูดแบบคุยกันเอง
- ยาวหลายหน้าได้ แต่ต้องครบทุกวาระ
ฉบับที่ 2 One Page Executive Summary
- ใช้แบบฟอร์มเดียวกัน แต่ย่อให้จบในหนึ่งหน้าเท่านั้น
- เก็บเฉพาะวาระที่มีมติ ตัวเลขสำคัญ และงานที่ต้องติดตาม
- ถ้าเนื้อหาเกินหนึ่งหน้า ให้ตัดรายละเอียดการอภิปรายก่อน ห้ามตัดมติหรือผู้รับผิดชอบ
กติการ่วมของทั้งสองฉบับ
- ทุกข้อต้องอ้างช่วงเวลาในไฟล์ต้นทางไว้ให้ตรวจย้อนได้
- ช่องที่ไม่มีข้อมูลให้เขียนว่าไม่มีในการประชุมนี้ ห้ามเว้นว่างและห้ามเดา
- ห้ามเติมมติที่ไม่มีใครลง และห้ามเติมชื่อผู้รับผิดชอบเอง
เป้าหมาย: มีเว็บ KM ต้นแบบที่สร้างจากเอกสารของหน่วยงานเอง และ Knowledge Agent ที่ตอบคำถามพร้อมอ้างอิงไฟล์ ฉบับ และย่อหน้าได้
ขั้นนี้สำคัญกว่าหน้าตาเว็บ เพราะ Agent จะเก่งได้เท่าที่โครงข้อมูลดี
อ่านไฟล์ทุกไฟล์ในโฟลเดอร์ [ที่อยู่โฟลเดอร์องค์ความรู้] แล้วเขียนทะเบียนออกมาเป็นไฟล์ knowledge.json
แต่ละชิ้นให้เก็บข้อมูลเหล่านี้
- ชื่อเรื่อง และชื่อไฟล์ต้นทาง
- ประเภท นโยบาย รายงาน คู่มือ กรณีศึกษา หรือสื่อการเรียน
- หัวข้อด้านความยั่งยืน เช่น Climate, Water, Circular Economy, Human Rights
- หน่วยงานหรือบริษัทในเครือที่เป็นเจ้าของเรื่อง
- ฉบับที่ (Edition) และวันที่มีผลบังคับใช้ ถ้าไฟล์ระบุไว้
- สถานะ Current, Superseded หรือ Archived
- ผู้รับผิดชอบ และรอบทบทวนถัดไป ถ้ามีระบุ
- สรุปสาระสำคัญ 3 ถึง 5 บรรทัด และคำค้นที่คนน่าจะใช้หา
กติกา
- ข้อมูลที่ไฟล์ไม่ได้ระบุ ให้ใส่ว่า ไม่ระบุ ห้ามเดา
- ถ้าเจอไฟล์ที่เป็นเรื่องเดียวกันหลายฉบับ ให้จัดเรียงตามวันที่มีผล และทำเครื่องหมายว่าฉบับไหนคือฉบับล่าสุด
- ท้ายไฟล์ให้สรุปให้ฉันว่ามีกี่ชิ้น แยกตามหัวข้ออย่างไร และชิ้นไหนข้อมูลไม่ครบ
หน้าเว็บต้องสร้างจาก knowledge.json ไม่ใช่พิมพ์มือ เพิ่มไฟล์ใหม่แล้วสั่งซ้ำ หน้าเว็บต้องอัปเดตเอง
ชื่อทักษะ: KM Platform
ใช้เมื่อ: มีไฟล์ knowledge.json แล้ว และต้องการหน้าเว็บคลังความรู้
สิ่งที่ต้องทำ
1. อ่าน knowledge.json แล้วสร้างไฟล์ index.html หน้าเดียวที่เปิดจากเครื่องได้ ไม่ต้องมีเซิร์ฟเวอร์
2. ส่วนหัวมีช่องถามคำถาม และปุ่มทางลัดของหัวข้อหลัก
3. Policy Center แสดงนโยบายแต่ละเรื่องเป็นไทม์ไลน์ทุกฉบับ พร้อมวันที่มีผล สถานะ และผู้รับผิดชอบ ฉบับที่ใช้อยู่ให้ทำเครื่องหมาย Current ให้เห็นชัด
4. การ์ดองค์ความรู้ใหม่ เรียงตามวันที่เพิ่มเข้าคลัง
5. หัวข้อที่มีเนื้อหามากที่สุด แสดงเป็นรายการหัวข้อให้กดกรองได้
6. ช่องค้นหาในหน้าเว็บ ค้นจากชื่อเรื่อง หัวข้อ และคำค้นใน knowledge.json
7. ทุกการ์ดต้องมีลิงก์เปิดไฟล์ต้นทางในเครื่อง
ข้อห้าม
- ห้ามใส่เนื้อหาที่ไม่มีใน knowledge.json
- ห้ามใช้อีโมจิ ใช้ไอคอนเส้นแทน
- ห้ามแต่งตัวเลขหรือวันที่ ถ้าไม่มีให้แสดงว่า ไม่ระบุ
นี่คือเส้นแบ่งระหว่างคลังความรู้ที่เชื่อถือได้ กับแชตบอตที่พูดเพราะ ๆ
ตอบคำถามต่อไปนี้จากไฟล์ในโฟลเดอร์องค์ความรู้เท่านั้น
คำถาม: [คำถามของฉัน]
รูปแบบคำตอบ
1. คำตอบสั้น ๆ ก่อน ไม่เกิน 5 บรรทัด
2. ต่อด้วยรายการอ้างอิง ชื่อไฟล์ ฉบับที่ และย่อหน้าหรือหัวข้อที่นำมา
3. ถ้าเรื่องนั้นมีหลายฉบับ ให้บอกว่าฉบับที่ใช้อยู่คือฉบับไหน มีผลเมื่อไหร่
กติกา
- ถ้าไม่มีข้อมูลในคลัง ให้ตอบว่าไม่มีในคลัง แล้วเสนอว่าควรเพิ่มเอกสารอะไร ห้ามเดาจากความรู้ทั่วไป
- ห้ามตอบจากฉบับที่สถานะเป็น Superseded โดยไม่บอกผู้ใช้
- ถ้าสองไฟล์ให้ข้อมูลขัดแย้งกัน ให้แสดงทั้งสองพร้อมอ้างอิง แล้วบอกว่าต้องให้คนตัดสิน
สองงานนี้คือสิ่งที่ทำให้คลังไม่เน่าไปตามเวลา
งานที่ 1 เทียบสองฉบับ
เทียบ [ชื่อนโยบาย] ฉบับ [เลขฉบับเก่า] กับฉบับ [เลขฉบับใหม่]
- สรุปเป็นรายการว่าเปลี่ยนอะไร เพิ่มอะไร ตัดอะไรออก
- ทุกข้อให้อ้างย่อหน้าของทั้งสองฉบับกำกับไว้
- ปิดท้ายบอกว่าข้อไหนมีผลกับการทำงานประจำวันมากที่สุด
งานที่ 2 ตรวจสุขภาพคลัง
ไล่ตรวจไฟล์ทั้งโฟลเดอร์แล้วรายงานเป็นตาราง
- ไฟล์ที่เลยรอบทบทวน หรือฉบับเก่าที่ยังไม่ได้ทำเครื่องหมาย Superseded
- ไฟล์ที่เนื้อหาซ้ำกัน
- ตัวเลขหรือเป้าที่ขัดแย้งกันระหว่างไฟล์ พร้อมอ้างอิงทั้งสองที่
- ชิ้นที่ไม่มีเจ้าของ ไม่มีวันที่มีผล หรือไม่มีสถานะ
- หัวข้อที่ฉันถามบ่อยแต่คลังยังไม่มีคำตอบ
ห้ามแก้ไฟล์ต้นทางเอง ให้รายงานมาให้ฉันตัดสินใจ
หลักการเหล่านี้ไม่ผูกกับเครื่องมือตัวใดตัวหนึ่ง ใช้ได้กับ Agent ทุกตัวและอยู่ได้นานกว่าเวอร์ชันของโปรแกรม
คำสั่งที่ได้งานตรงใจตั้งแต่ครั้งแรก มักไม่ได้ยาวกว่าเดิม แต่ครบสี่ส่วน ส่วนไหนที่เราไม่บอก Agent จะเดาให้เอง และมักเดาไม่ตรงกับที่เราคิดไว้ในหัว
บริบท: ไฟล์นี้คือ [ประเภทการประชุม] ของ [ชื่อหน่วยงาน]
วันที่ [วันที่] ผู้เข้าประชุม [รายชื่อ]
ศัพท์เฉพาะที่ใช้บ่อย [คำที่ต้องถอดให้ถูก]
งานที่ต้องการ: [กริยาเดียวที่ชัดเจน เช่น เรียบเรียงเป็นสคริปต์ฉบับสะอาด]
ข้อจำกัด:
- ห้ามเติมข้อความที่ไม่มีในไฟล์
- ห้ามเปลี่ยนตัวเลข วันที่ ชื่อคน ชื่อโครงการ
- ช่วงที่ฟังไม่ชัด ให้เขียนว่า [ฟังไม่ชัด] แล้วใส่ช่วงเวลา ห้ามเดา
รูปแบบผลลัพธ์: [ตาราง / หัวข้อตามวาระ / ข้อมูลมีโครง]
ทุกประเด็นต้องมีช่วงเวลาในไฟล์กำกับไว้
AI ถูกฝึกให้ตอบให้ลื่นไหลและครบถ้วน ถ้าไม่สั่งห้ามไว้ มันจะเติมคำเชื่อมและข้อสรุปที่ฟังดูสมเหตุสมผลแต่ไม่มีใครพูดในห้องประชุม สำหรับรายงานการประชุมนี่ไม่ใช่ความสวยงาม แต่เป็นความเสียหาย
กติกาความซื่อตรงต่อไฟล์ต้นฉบับ
- ใช้ได้เฉพาะข้อความที่ปรากฏในไฟล์ถอดเสียงเท่านั้น
- ห้ามเติมคำ ประโยค หรือข้อสรุปที่ไม่มีใครพูด แม้จะทำให้อ่านลื่นขึ้น
- ห้ามเปลี่ยนตัวเลข วันที่ ชื่อคน ชื่อโครงการ หรือชื่อลูกค้า
ให้ยกมาตามที่พูดจริง แม้จะขัดกับที่พูดไว้ก่อนหน้า
- ถ้าช่วงใดฟังไม่ชัดหรือตีความได้หลายแบบ
ให้เขียนว่า [ฟังไม่ชัด] พร้อมช่วงเวลา แล้วปล่อยให้คนตัดสิน
- ถ้าข้อมูลไม่พอจะสรุปประเด็นใด ให้เขียนว่า "ไม่มีในการประชุมนี้"
ห้ามเดาและห้ามเว้นว่างเฉย ๆ
สรุปประชุมจะมีค่าเมื่อตรวจย้อนได้ ถ้าทุกประเด็นมีช่วงเวลาในไฟล์กำกับไว้ เวลามีคนเถียงว่าไม่ได้พูดอย่างนั้น เปิดฟังยืนยันได้ในสิบวินาที ไม่ต้องไล่ฟังทั้งไฟล์
ทุกประเด็น ทุกมติ และทุกรายการงาน
ต้องมีช่วงเวลาในไฟล์ถอดเสียงกำกับไว้ท้ายบรรทัด
ในรูปแบบ [ชั่วโมง:นาที:วินาที]
ถ้าประเด็นใดกินหลายช่วงเวลา ให้ใส่ช่วงแรกที่เริ่มพูดเรื่องนั้น
ถ้าประเด็นใดไม่มีที่มาชัดเจนในไฟล์ ห้ามใส่ลงในสรุป
สามอย่างนี้ปนกันคือปัญหาที่แพงที่สุด เพราะทำให้คนคิดว่าเรื่องนั้นจบแล้วทั้งที่ยังไม่จบ ต้องนิยามให้ Agent ชัดว่าอะไรนับเป็นอะไร
เกณฑ์แยกประเภทข้อความ
นับเป็นมติที่ประชุม เมื่อมีทั้งสามอย่างครบ
1. มีคนเสนอชัดเจน
2. มีการตกลงหรือรับไปทำจากอีกฝ่าย
3. ไม่มีใครค้างข้อโต้แย้งไว้ในช่วงนั้น
นับเป็นความเห็น เมื่อมีคนพูดเสนอแต่ขาดข้อ 2 หรือข้อ 3
ให้เก็บไว้ในหัวข้อความเห็น ห้ามยกขึ้นเป็นมติ
นับเป็นประเด็นค้าง เมื่อคุยแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
ต้องระบุเพิ่มว่ารออะไร หรือรอใครตัดสิน
ถ้าตัดสินไม่ได้ว่าข้อความหนึ่งเข้าข่ายไหน
ให้จัดเป็นประเด็นค้าง แล้วทำเครื่องหมาย [ต้องยืนยัน]
ถ้าผลลัพธ์ของขั้นนี้ต้องเอาไปใช้ในขั้นถัดไป ห้ามปล่อยให้ออกมาเป็นข้อความยาว ต้องสั่งให้ออกมาเป็นช่องที่มีชื่อกำกับ ไม่งั้นขั้นถัดไปต้องอ่านและตีความใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่ข้อมูลเพี้ยน
ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นข้อมูลมีโครง ไม่ใช่ข้อความยาว
โดยแยกเป็นช่องที่มีชื่อกำกับดังนี้
ชื่อการประชุม / วันที่ / ผู้เข้าประชุม
มติที่ประชุม (รายการ)
สิ่งที่ต้องทำ (งาน / ผู้รับผิดชอบ / กำหนดส่ง)
ความเสี่ยง (รายการ)
ตัวเลขสำคัญ (ชื่อรายการ / ค่า / หน่วย)
ประเด็นค้าง (เรื่อง / รออะไรหรือรอใคร)
ทุกช่องต้องมีอยู่แม้จะไม่มีข้อมูล
ช่องที่ไม่มีข้อมูลให้เขียนว่า "ไม่มีในการประชุมนี้"
ทุกครั้งที่จะส่งไฟล์ประชุมให้ Agent ให้ถามตัวเองก่อนหนึ่งคำถาม — ถ้าเนื้อหาไฟล์นี้หลุดออกไป จะเสียหายไหม คำตอบกำหนดว่าจะประมวลผลบนเครื่องตัวเองหรือส่งออกข้างนอก
กติกาการจัดการไฟล์ประชุม
ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ให้ตรวจก่อนว่าไฟล์นี้ระดับใด
- ถ้าชื่อไฟล์หรือบริบทมีคำว่า บุคคล ค่าจ้าง สัญญา ข้อพิพาท
งบประมาณ ราคา หรือชื่อลูกค้า ให้ถือเป็นระดับความลับ
- ระดับความลับ ให้ประมวลผลบนเครื่องนี้เท่านั้น
ห้ามส่งเนื้อหาออกไปยังบริการภายนอกทุกกรณี
- ถ้าไม่แน่ใจว่าไฟล์ระดับใด ให้ถามฉันก่อน ห้ามเดา
เก็บไฟล์ถอดเสียง สคริปต์ และสรุปทั้งหมดไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน
ห้ามคัดลอกออกไปวางที่อื่นโดยไม่บอก
การเรียกใช้ Agent และการสร้างภาพมีค่าใช้จ่ายจริงต่อครั้ง ภาพที่เจนแล้วไม่ถูกใจก็เสียเครดิตไปแล้ว การเขียนคำสั่งให้ครบตั้งแต่ครั้งแรกจึงถูกกว่าการเจนซ้ำสามรอบ
ก่อนสั่งงานที่ใช้เครดิต ให้ทำสามอย่างนี้ทุกครั้ง
1. บอกฉันว่างานนี้จะใช้เครดิตประมาณเท่าไร และเช็คยอดคงเหลือให้
2. ถ้าประเมินแล้วเกิน [จำนวน] เครดิต ให้หยุดถามฉันก่อน ห้ามสั่งเอง
3. รายงานเครดิตที่ใช้จริงหลังงานเสร็จทุกครั้ง
สำหรับงานสร้างภาพ
- ใช้ความละเอียดเท่าที่งานต้องการจริง อย่าเลือกสูงสุดไว้ก่อน
- ถ้าไม่มั่นใจในองค์ประกอบภาพ ให้เจนดราฟต์ความละเอียดต่ำก่อนหนึ่งใบ
แล้วค่อยเจนของจริงเมื่อองค์ประกอบนิ่งแล้ว
แปดคำสั่งนี้ครอบคลุมงานประชุมเกือบทั้งหมดที่เจอในแต่ละสัปดาห์ พิมพ์เป็นภาษาไทยได้ตามปกติ แก้เฉพาะข้อความในวงเล็บเหลี่ยม
ทำสรุปประชุมจากไฟล์นี้ให้ครบชุด
ที่อยู่ไฟล์: [ที่อยู่ไฟล์ถอดเสียง]
ประชุม: [ชื่อการประชุม] วันที่ [วันที่]
ขอผลลัพธ์เป็น [ข้อความ LINE, One Page และ MoM]
จากสรุปประชุม [ชื่อการประชุม] แยกเฉพาะ Action Items ออกมา
เป็นตารางสามคอลัมน์ งาน / ผู้รับผิดชอบ / กำหนดส่ง
เรียงตามกำหนดส่งที่ใกล้ที่สุดก่อน
รายการที่ยังไม่มีผู้รับผิดชอบ ให้ขึ้นไว้บนสุดและทำเครื่องหมายไว้
จากสคริปต์ของประชุม [ชื่อการประชุม]
เอาเฉพาะช่วงที่คุยเรื่อง [หัวข้อที่สนใจ]
แล้วสรุปว่าตกลงกันว่าอย่างไร ใครเสนอ และมีใครค้านไว้ไหม
พร้อมช่วงเวลาในไฟล์กำกับให้ครบทุกข้อ
เอาสรุปประชุมนี้ทำเป็นสไลด์ PPTX จำนวน [จำนวน] หน้า
หน้าแรกเป็นมติที่ประชุม หน้าถัดไปเป็น Action Items
แล้วปิดท้ายด้วยประเด็นค้างที่ต้องขอการตัดสินใจ
ใช้สีขาว แดง เทา ตัวหนังสือใหญ่อ่านจากท้ายห้องได้
ห้ามใส่ข้อความที่ไม่มีในสรุป
ทำภาพสรุปอีกเวอร์ชัน ใช้สีองค์กรของเรา [รหัสสีหรือชื่อสี]
และใส่โลโก้บริษัทจากไฟล์ [ที่อยู่ไฟล์โลโก้] ที่มุมขวาบน
ข้อความและตัวเลขทั้งหมดต้องตรงกับสรุปฉบับเดิมทุกจุด
ห้ามให้ AI เขียนตัวหนังสือลงในภาพ
ค้นในโฟลเดอร์ประชุมทั้งหมดของฉัน
ว่าเคยตกลงเรื่อง [เรื่องที่ต้องการหา] ไว้ในประชุมครั้งไหน
ตอบพร้อมชื่อการประชุม วันที่ และช่วงเวลาในไฟล์
ถ้าเจอมากกว่าหนึ่งครั้ง ให้เรียงจากครั้งล่าสุดก่อน
ถ้าไม่เจอ ให้บอกตรง ๆ ว่าไม่เจอ ห้ามเดา
ทุกครั้งที่มีไฟล์ถอดเสียงใหม่ในโฟลเดอร์ [ที่อยู่โฟลเดอร์]
ให้ทำสรุปตามขั้นตอนเดิมทั้งชุด แล้วเก็บผลไว้ที่โฟลเดอร์เดิม
เสร็จแล้วสรุปให้ฉันสามบรรทัดว่าได้อะไรมา และมีจุดไหนที่ต้องให้ฉันตรวจ
อย่าส่งให้ใครเองโดยที่ฉันยังไม่ตรวจ
ก่อนฉันส่งสรุปนี้ออกไป ช่วยตรวจให้ตามนี้แล้วรายงานทีละข้อ
1. ตัวเลขทุกตัวในสรุป ตรงกับที่ปรากฏในสคริปต์หรือไม่
2. ชื่อคนและชื่อโครงการทุกชื่อ สะกดตรงกับคลังคำเฉพาะหรือไม่
3. Action Item ข้อไหนยังไม่มีผู้รับผิดชอบหรือกำหนดส่ง
4. มีข้อความใดในสรุปที่หาที่มาในสคริปต์ไม่ได้บ้าง
5. ห้าช่องของสรุปครบหรือไม่ ช่องไหนเขียนว่าไม่มีในการประชุมนี้
ถ้าเจอปัญหา ให้บอกช่วงเวลาในไฟล์ที่ต้องกลับไปฟังยืนยัน
ห้ามแก้ให้เองโดยไม่บอก
ไล่หกข้อนี้ทุกครั้ง ใช้เวลาไม่เกินสามนาที และเป็นสิ่งที่กันความเสียหายได้มากที่สุดในทั้งกระบวนการ